สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ หมู่ที่ 1 บ้านอ่าวทราย ตำบล เกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา 90110 โทร 07459 116-8 แฟกซ์ 07459 1619
มหาวิทยาลัยทักษิณ l   วิทยาเขตพัทลุง
  
 
 
เกี่ยวกับหน่วยงาน
ประวัติ
ผู้ก่อตั้งสถาบันทักษิณคดีศึกษา
ปรัชญา / วิสัยทัศน์ / พันธกิจ
รางวัลเชิดชูเกียรติ
โครงสร้างการบริหาร
 
ประวัติ กลับหน้าหลัก

สถาบันทักษิณคดีศึกษาเป็นหน่วยงานในสังกัดมหาวิทยาลัยทักษิณ มีที่ทำการอยู่ที่บ้านอ่าวทราย หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

         เมื่อปี พ.ศ. 2511 วิทยาลัยวิชาการศึกษา ได้เปิดวิทยาเขตประจำภาคใต้ขึ้นที่จังหวัดสงขลา  ศาสตราจารย์สุธิวงศ์  พงศ์ไพบูลย์ ซึ่งขณะนั้นได้ถูกยืมตัวจากวิทยาลัยครูสงขลาให้มาช่วยราชการที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาสงขลา โดยทำหน้าที่หัวหน้าภาควิชาภาษาไทย ได้นำนักศึกษาออกฝึกเก็บข้อมูลภาคสนาม    ผลจากการเก็บข้อมูลครั้งนั้นทำให้ได้ข้อมูลวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก ทั้งที่เป็นวัตถุของจริง สมุดข่อย ข้อมูลที่เป็นมุขปาฐะในรูปของแถบบันทึกเสียง ภาพถ่าย ภาพสไลด์ และภาพยนตร์ พร้อมทั้งได้พบว่าข้อมูลวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีค่ายิ่งเหล่านั้นกำลังจะสูญหายไป จะต้องรีบจัดเก็บอย่างเร่งด่วน การจัดเก็บข้อมูลวัฒนธรรมจึงได้กระทำอย่างเป็นระบบ

         จนในปลายปี พ.ศ. 2514 ภาควิชาภาษาไทยได้นำข้อมูลต่างๆ ที่เก็บรวบรวมได้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวรรณกรรมลายลักษณ์ หนังสือบุด สมุดข่อย และข้อมูลซึ่งบันทึกไว้ในแถบบันทึกเสียง มาจัดรวบรวมไว้ในห้องเดียวกันและตั้งชื่อห้องว่า ห้องวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ซึ่งนับว่าเป็นจุดกำเนิดของสถาบันทักษิณคดีศึกษาจากห้องวรรณกรรมท้องถิ่นได้พัฒนาเป็นโครงการศูนย์ส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมภาคใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2518 และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นสถาบันทักษิณคดีศึกษา เมื่อปี พ.ศ.2523





 

          การดำเนินงานได้เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ จนเมื่อปี พ.ศ.2529 ศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์  ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันทักษิณคดีศึกษา ได้พิจารณาเห็นว่าทรัพยากรทางด้านวัฒนธรรมของภาคใต้มีนัยสำคัญยิ่งต่อการที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและการปกครอง แต่จะต้องขยายงานด้านพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยาและด้านอื่นที่เกี่ยวโยงกันให้ครบวงจรและมีศักยภาพสูงพอ ซึ่งได้มีการเตรียมการไว้มากพอที่จะเป็นฐานในการขยายงานได้ แต่จะต้องมีที่ทำการเพิ่มมากขึ้นและพื้นที่เดิมไม่สามารถขยายได้ เนื่องจากต้องใช้พื้นที่มาก จึงได้ศึกษาสถานที่ที่จะขยายงานและได้พบว่าบริเวณเกาะยอเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุด คือบริเวณบ้านอ่าวทราย หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยในระยะแรกสามารถจัดหาที่ดินสำหรับก่อสร้างได้ 22 ไร่  พร้อมกับการเสนอโครงการขยายพิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา เพื่อขอรับงบประมาณสำหรับการก่อสร้างที่ทำการใหม่ ซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณ จำนวน 21,374,097 บาท โดยเป็นงบประมาณผูกพัน ปี คือ ปี พ.ศ. 2530 - 2532




         พิธีวางศิลาฤกษ์ได้กระทำเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2530 โดยนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น คือ ฯพณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานในพิธี การก่อสร้างได้แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2534 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม     ราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดสถาบันทักษิณคดีศึกษา เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2534

       

       ในปี พ.ศ. 2535  สถาบันทักษิณคดีศึกษาได้รับงบประมาณให้ก่อสร้างอาคารนวมภูมินทร์ ซึ่งเป็นอาคารที่ได้รับอนุมัติให้ก่อสร้างขึ้นตามโครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ การก่อสร้างได้แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2537 และสถาบันทักษิณคดีศึกษาได้จัดตกแต่งภายในอาคารเป็นห้องนิทรรศการต่างๆ ได้แล้วเสร็จ รวม 13 ห้อง ใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ในระดับหนึ่งและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารนวมภูมินทร์ เมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2539  



          และจากนั้นมาสถาบันฯ ก็ได้พัฒนาและดำเนินงานมาเป็นลำดับ  จนเป็นที่รู้จักและยอมรับของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ในปี พ.ศ. 2543 สถาบันฯ ได้รับรางวัลดีเด่นประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและโบราณสถานจากการจัดประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Award)ซึ่งจัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ต่อมาในปี พ.ศ. 2548 ได้รับรางวัล หน่วยงานดีเด่นของชาติ  สาขาเผยแพร่เกียรติภูมิของไทยจากสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และในปี พ.ศ. 2553 ได้รับรางวัลดีเด่น ประเภทแหล่งท่องเที่ยวนันทนาการเพื่อการเรียนรู้จากการจัดประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Award) ครั้งที่ 8 จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจหนึ่งของหน่วยงานที่ได้ทำหน้าที่ในการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางศิลปะและวัฒนธรรมภาคใต้ และการเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาคนี้